<?xml version="1.0" encoding="windows-874" ?>
<newspage>
<news>
<keyword>4692</keyword>
<Title>มาช่วยกันออกแรงสานฝัน อุตฯซอฟต์แวร์ไทยโตแบบยั่งยืน</Title>
<Pubdate>2006-10-26</Pubdate>
<Link>http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=M4021606&amp;issue=2160</Link>
<SourceID>6</SourceID>
<Source>ฐานเศรษฐกิจ</Source>
<SourceLink>http://www.thannews.th.com</SourceLink>
<Description>หากเทียบขวบปี นับแต่กระทรวงเทคโนโลยีสานสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)แห่งนี้ก่อเกิดขึ้นมา ก็ร่วม 4 ปีกว่า ทุกคนมองและคิดเหมือนผู้เขียนหรือไม่ว่า เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศน่าจะพัฒนาไปไกลกว่านี้ 





ทำไมผมหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาคอมเมนท์ หรือว่าที่ผ่านมาผู้ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลไม่มีความเข้าใจถึงรากฐานที่ดีพอ เลยทำให้หัวใจสำคัญของการสนับสนุนในแต่ละภาคส่วนทำได้ไม่ค่อยตรงจุดนัก 





เห็นได้ชัดเจนเรื่องการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบเปิดหรือโอเพนซอร์ส ที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ตั้งคำถามแทงใจดำว่า \&quot;เจ้ากระทรวงก่อนหน้าเข้าใจความหมายของโอเพนซอร์สจริงๆหรือเปล่า..?





เพราะถ้าเข้าใจอย่างถ่องแท้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศจะต้องเน้นไปที่การพัฒนาด้วยตัวเองเป็นหลัก แทนที่จะนำเข้าเพียงอย่างเดียว





\&quot;การสอนให้คนในประเทศรู้จักพึงพาตัวเองนั้น จะปูทางไปสู่การประหยัดในอนาคต ซึ่งถือเป็นหนึ่งของรัฐบาลที่เน้นย้ำให้คนในชาติรู้จักพอเพียง\&quot;





ประเทศไทยมีของดีอยู่ในมือ ทั้งการพัฒนาด้านแอนิเมชั่น ซอฟต์แวร์เพื่อเอสเอ็มอี และซอฟต์แวร์ฝังตัว(Emdedded Software ) และอีกหลายด้าน หากเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้วยตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้อนาคตการเติบโตด้านเทคโนโลยีของประเทศจะมาจากการพัฒนาของคนไทย อันจะช่วยไม่ให้ประเทศต้องเสียดุลการค้าต่างชาติมากไปกว่านี้ 


ยกตัวอย่างให้ดูกันชัดๆ การค้าไทย-จีนในช่วง8เดือนแรกของปีนี้ เราขาดดุลการค้าจีนประเทศเดียวสูงถึง 62,438.3 ล้านบาทแล้ว ส่วนหนึ่งมาจากภาคการผลิตของไทยไม่มีความได้เปรียบในการแข่งขัน 





เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ที่วันนี้โอกาสเติบโตยังพอดีหากได้รับการดูแลและเอาใจใส่จากรัฐบาลอย่างถูกที่ถูกทาง ดังนั้นแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนของรัฐบาลในอุตฯซอฟต์แวร์นั้น ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะผ่านไปยังรัฐมนตรีไอซีที\&quot;รศ.สิทธิชัย โภไคยอุดม\&quot; ไปพิจารณาดูว่าทำอย่างไรให้ภาคอุตสาหกรรมนี้ของไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ แทนการมุ่งแต่การสร้างสินค้าในปริมาณมากๆ





หัวใจสำคัญประการแรก ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีดำเนินการได้ทันทีและทำได้ไม่ยาก คือ การใช้เงื่อนไขการลดหย่อนทางภาษี มาเป็นสิ่งจูงใจให้เจ้าของธุรกิจ-อุตสาหกรรมหรือกิจการต่างๆ หันมาใช้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นในประเทศโดยคนไทย ส่วนจะลดกี่เปอร์เซนต์ ก็แล้วแต่รัฐบาลเป็นผู้กำหนด





แต่แค่นั้นก็คงไม่เพียงพอ หากจะให้ดีน่าจะกำหนดให้ผู้ที่มาลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทย ต้องเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยคนไทยเท่านั้น ส่วนจะสร้างวิธีการอย่างไร ให้เจ้าของกิจการรายใหญ่เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของไทยอย่